การประเมินประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน
บริษัทได้ประเมินและจัดลำดับประเด็นที่สำคัญด้านความยั่งยืนโดยบูรณาการการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainability Risk and Materiality Analysis) โดยมีกระบวนการดำเนินงาน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การระบุประเด็นที่สำคัญ
ขั้นตอนที่ 2 การจัดลำดับประเด็นที่สำคัญ
ขั้นตอนที่ 3 การจัดทำแผนดำเนินงานและกำหนดฝ่ายที่รับผิดชอบ
ขั้นตอนที่ 4 การติดตามและประเมินผล
นโยบายและเป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืน
บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “ให้บริการอย่างเป็นเลิศแก่ลูกค้าด้วยโซลูชันไอทีที่ดีที่สุด” ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับด้านความยั่งยืนที่คำนึงถึง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และพัฒนาความยั่งยืนขององค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยพัฒนาความยั่งยืนขององค์กรจากการพิจารณาจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ประจำปี 2568 เพื่อนำประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ ไปกำหนดเป็นกลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนของบริษัท
ผลประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

จากประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนทั้งหมด 11 ประเด็น จะนำ 5 ประเด็นแรก ได้แก่ (1) การบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (2) คุณภาพสินค้าและบริการ (3) การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานขององค์กร (4) การพัฒนาศักยภาพพนักงาน และ (5) การส่งเสริมนวัตกรรม มาผสานเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ (UN) เพื่อกำหนดเป้าหมายใระยะสั้นและระยะยาว พร้อมแผนดำเนินการงานที่เป็นรูปธรรม ดังนี้
| ประเด็นความยั่งยืนของบริษัท | เป้าหมายในระยะสั้น | เป้าหมายในระยะยาว | SDGs การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน |
|---|---|---|---|
| การบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล |
|
|
|
| คุณภาพของสินค้าและบริการ |
|
|
|
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานขององค์กร |
|
|
|
| การพัฒนาศักยภาพพนักงาน |
|
|
|
| การส่งเสริมนวัตกรรม |
|
|
|
การบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
บริษัทมุ่งมั่นบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อปกป้องข้อมูลขององค์กร ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ และสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ โดยตระหนักว่าการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนก่อให้เกิดความเสียหายด้านการเงิน กฎหมาย และชื่อเสียงขององค์กร
บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลสำคัญขององค์กร โดยพัฒนาและยกระดับระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO/IEC 27001:2022 พร้อมนำเทคโนโลยี Data Loss Prevention (DLP) มาใช้เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ ควบคู่กับการบริหารจัดการช่องโหว่และการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
นอกจากนี้ บริษัทยังทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
การกำกับดูแลการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance)
บริษัทตระหนักถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน การวิเคราะห์ข้อมูล และการทำงานอัตโนมัติ เพื่อยกระดับการให้บริการและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ขณะเดียวกัน ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน AI เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ผ่านเทคนิค Phishing และ Deepfake การใช้ AI โดยไม่ได้รับอนุญาต (Shadow AI) ซึ่งอาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูล การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมาย
บริษัทจึงได้กำหนด นโยบายการใช้ AI ภายในองค์กร และดำเนินการภายใต้กรอบการกำกับดูแลการใช้ AI (AI Governance) โดยครอบคลุมการกำหนดแนวปฏิบัติที่เหมาะสม การบริหารความเสี่ยง การติดตามแนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ การพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากร การลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักจริยธรรม เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน
คุณภาพสินค้าและบริการ
บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ การให้บริการ และการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจร โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ผลิตชั้นนำระดับสากล อีกทั้งได้เลือกเทคโนโลยีและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกภาคธุรกิจ ควบคู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายนองค์กร บริษัทได้นำระบบ Customer Relationship Management (CRM) มาใช้ในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า พร้อมทั้งพัฒนาระบบสารสนเทศ อาทิ ระบบบัญชีและการเงิน ระบบจัดซื้อ และระบบบริหารจัดการองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง และความรวดเร็วในการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำ แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และทำให้กระบวนการที่สำคัญสามารถกลับมาดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามระดับการให้บริการที่องค์กรกำหนดไว้
บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 และได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทมีคุณภาพ เป็นไปตามข้อกำหนดของลูกค้า กฎหมาย และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าสูงสุดแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานขององค์กร
บริษัทมุ่งมั่นบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ โดยส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม และความยั่งยืน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ บริษัทกำหนดให้คู่ค้าลงนามและปฏิบัติตาม จรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ซึ่งครอบคลุมหลักการด้านจริยธรรม สิทธิมนุษยชน การปฏิบัติตามกฎหมาย และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดแนวทางดำเนินงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Organization) และสร้างคุณค่าร่วมด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคม
บริษัทดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน การรณรงค์คัดแยกขยะ การใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร
นอกจากนี้ บริษัทได้รับการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. และได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ต่อปี พร้อมตั้งเป้าหมายบรรลุ Carbon Neutrality ภายในปี พ.ศ. 2575 เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
การพัฒนาศักยภาพพนักงาน
บริษัทเชื่อว่าบุคลากรคือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงมุ่งมั่นพัฒนาพนักงานในทุกระดับให้มีความรู้ ทักษะ และภาวะผู้นำ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลักค่านิยมองค์กร METRO Way ซึ่งประกอบด้วย Moral, Excellence, Teamwork, Respect & Trust และ Ownership เป็นแนวทางในการทำงานและการพัฒนาบุคลากร
การเรียนรู้และการพัฒนา (Learning & Development)
บริษัททบทวนแผนการพัฒนาบุคลากรและ Training Roadmap เป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ผ่าน Blended Learning ทั้งการฝึกอบรมภายใน ภายนอก การเรียนรู้จากการปฏิบัติงาน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
ในปี 2568 บริษัทจัดหลักสูตรฝึกอบรม 177 หลักสูตร มีพนักงานเข้าร่วม 836 คน (หลักสูตรมากกว่า 6 ชั่วโมง) พร้อมสนับสนุนการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี โดยมีพนักงาน 180 คน ได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ รวม 454 Certificates จากผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Microsoft, Cisco, AWS และ HP
การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills)
บริษัทมุ่งพัฒนาทักษะด้าน AI, Data และ Cloud เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ลดช่องว่างด้านทักษะ (Talent Gap) และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพชีวิต (Learning Culture & Well-being)
บริษัทส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันผ่านกิจกรรม Knowledge Sharing และโครงการพัฒนาผู้นำ พร้อมสนับสนุนคุณภาพชีวิตของพนักงานผ่านกิจกรรมด้านสุขภาพ การสื่อสารภายใน และการส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเคารพความหลากหลาย
บริษัทติดตามความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) อย่างต่อเนื่อง และนำผลการสำรวจมาพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานและสวัสดิการให้ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน โดยในปี 2568 บริษัทมีผลสำรวจความผูกพันของพนักงานอยู่ที่ 89.26% เพิ่มขึ้นจาก 88.91% ในปี 2567 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้และการเติบโตอย่างยั่งยืน
การส่งเสริมนวัตกรรม
บริษัทเชื่อว่านวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน และมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจทั้งภายในองค์กรและการให้บริการแก่ลูกค้า โดยบูรณาการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถสร้างคุณค่าและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 บริษัทได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กร โดยการพัฒนาระบบ Bank Reconciliation System ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความถูกต้องของกระบวนการกระทบยอดรายการทางการเงิน ลดขั้นตอนการทำงานแบบ Manual และสนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนระบบ e-Tax System เพื่อรองรับการจัดการเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ช่วยลดการใช้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการด้านบัญชีและการเงิน รวมถึงได้มีการพัฒนาด้านการนำ AI เข้ามาใช้ภายในองค์กร ซึ่งเป็นระบบ AI ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมา ชื่อว่า Runa AI Chatbot เพื่อเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับการสืบค้นข้อมูลภายในองค์กร โดยรวบรวมองค์ความรู้และข้อมูลที่จำเป็นไว้ในระบบเดียว ช่วยให้พนักงานสามารถค้นหาข้อมูลและคำตอบที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ลดการพึ่งพาการสอบถามระหว่างหน่วยงาน ลดระยะเวลาในการค้นหาข้อมูล และสนับสนุนการแบ่งปันองค์ความรู้ภายในองค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับประสบการณ์ของพนักงานในการเข้าถึงข้อมูล
MSC ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามผลการดำเนินงานผ่านการพัฒนาโซลูชันใหม่ การยกระดับประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน และการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าและองค์กร เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว